เนื้อหารายวิชา
CU-TEP (Chulalongkorn University Test of English Proficiency) เป็นชื่อของแบบทดสอบเพื่อวัดความรู้
ความสามารถทั่วไปด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ข้อสอบ CU-TEP นั้นได้รับการออกแบบโดยสถาบันภาษา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CULI: Chulalongkorn University Language Institute) โดยข้อสอบ CU-TEP
เน้นการวัดระดับการใช้ภาษาทั้งในระดับ การรับรู้และระดับการใช้ภาษาเพื่อสื่อสาร
ผลสอบ CU-TEP สามารถนำไปใช้ประกอบการสมัครศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติในระดับปริญญาตรี
และหลักสูตรในระดับปริญญาโทและเอกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้อสอบ CU-TEP มีคะแนนเต็ม
120 คะแนน แต่การประเมินผลยังมีการเปรียบเทียบกับผลคะแนนสอบ TOEFL PBT ให้ด้วยว่าหากสอบ
TOEFL ในแบบ Paper Based Test (PBT) จะได้คะแนนประมาณเท่าไรซึ่งหลักสูตรแต่ละหลักสูตรก็จะ
กำหนดคะแนนขั้นต่ำที่เทียบกับ TOEFL PBT เอาไว้ โดยหลักสูตรนานาชาติในระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่
มักต้องการผลคะแนน CU-TEP ที่เทียบกับ TOEFL PBT แล้ว ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน
รายวิชาในหลักสูตร
ข้อสอบ CU-TEP ประกอบไปด้วยข้อสอบใน 3 ทักษะทั้งด้านการฟัง การอ่านและการเขียน
คะแนนรวม 120 คะแนน แยกออกได้ดังต่อไปนี้
Skills Tested |
Specific Features |
No. of items |
Time Allocated |
Listening |
Short dialog
Long dialog
Monolog |
30 |
30 mins. |
Reading |
Cloze reading
Short text
Long text |
60 |
70 mins. |
Writing |
Error detection |
30 |
30 mins. |
Total |
120 |
130 mins.
(2 hrs. 10 mins.) |
ผลสอบ CU-TEP นำไปใช้สมัครเรียนที่ไหนได้บ้าง
ผู้ที่เข้าทดสอบแบบทดสอบ CU-TEP (Chulalongkorn University Test of English Proficiency)
สามารถนำคะแนนที่สอบได้ไปยื่นสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติของ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งหลักสูตรปริญญาโทและเอกทั้งหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตร
ภาษาไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้บางหลักสูตรของมหาวิทยาลัยอื่นๆ โดยเฉพาะ
หลักสูตรนานาชาติในระดับปริญญาตรีก็ยอมรับผล CU-TEP ด้วยเช่นกัน
สถาบันเอมส์มีบุคลากรที่ให้คำปรึกษาด้านการศึกษาต่อโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมสัมมนา
เกี่ยวกับการศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอื่นๆเป็นประจำ
โดยสามารถตรวจสอบตารางการสัมมนาได้ที่นี่
หน่วยงานรับผิดชอบ ค่าสอบและสถานที่สอบ CU-TEP
หน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินการจัดสอบ CU-TEP ได้แก่ ศูนย์ทดสอบทางวิชาการ
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผู้ที่ต้องการสอบ CU-TEP นั้นสามารถลงทะเบียนสมัครสอบ
ผ่านทางเว็บไซท์เท่านั้น โดยคลิกที่นี่
ผู้สมัครสอบต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์และชำระค่าสมัครสอบจำนวน 600 บาท
ตามสาขาของธนาคารที่กำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบแสดงหลักฐานการชำระเงิน
ภายหลังจากที่สมัครสอบและชำระค่าสมัครเรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครสอบไม่สามารถทำเรื่องขอคืนเงิน
ค่าสมัครสอบได้ในทุกกรณี
สถานที่สอบจะถูกแจ้งทางไปรษณีย์หรือผู้สมัครสามารถตรวจสอบได้เองผ่านเว็บไซท์ประมาณ 1 สัปดาห์
ก่อนวันทดสอบ (ต้องใส่ Login ID) โดยสถานที่สอบเป็นอาคารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเอง
ในวันสอบผู้สมัครจะต้องนำหลักฐานแสดงตนอันได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
(Passport) เท่านั้น ทางศูนย์ทดสอบจะไม่รับบัตร แสดงตนอื่นๆ อาทิ บัตรประจำตัวข้าราชการ ใบขับขี่
หรือบัตรนักเรียน/นักศึกษาเพื่อใช้ในการแสดงตนเข้าสอบ
ผลสอบจะถูกแจ้งให้ผู้ทดสอบทราบทางเว็บไซท์ภายใน 2 สัปดาห์หลังวันทดสอบ (ต้องใส่ Login ID)
ส่วนใบรายงานผลคะแนนจะถูกส่งทางไปรษณีย์ภายใน 3 สัปดาห์หลังวันทดสอบ
ช่วงเวลาในการสอบ CU-TEP
หลักสูตร CU-TEP มีช่วงเวลาในการสอบประมาณ 12 ครั้งต่อปี โดยสามารถตรวจสอบตารางสอบได้ ที่นี่
วิชาที่ AIMS เปิดสอนในหลักสูตร CU-TEP
สถาบัน AIMS เปิดสอนวิชาเพื่อเตรียมสอบ CU-TEP ดังต่อไปนี้
1. แบบกลุ่ม (Regular Class) ในช่วงก่อนสอบ ตรวจสอบเวลาเรียนได้ที่นี่
2. แบบเดี่ยว (Private Class) ติดต่อ AIMS เพื่อขอรายละเอียดได้ที่ 02 2549 300-2 (สยาม) หรือ
02 644 9620-1 (CP Tower 3 พญาไท)
เหตุผลที่ควรเรียน CU-TEP ที่สถาบันเอมส์
1. ความน่าเชื่อถือ สถาบันเอมส์เปิดสอนตั้งแต่ปี 2538 โดยมีนักเรียนที่สามารถเข้าศึกษาต่อ
ในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงต่างๆมากมาย ในปีการศึกษา 2554 นักเรียนของสถาบันเอมส์สามารถ
ผ่านการคัดเลือกจากหลักสูตร นานาชาติทุกหลักสูตร เช่น BBA, EBA, BACM, ISE, BALAC, BSAC และ
INDA ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2554 นั้นมีนักเรียนที่เรียนที่สถาบันเอมส์
สามารถเข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด 170 คน หรือ 18% ของนักเรียน
ทั้งหมดที่ได้รับคัดเลือกให้เรียนในหลักสูตรนานาชาติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. คุณภาพการสอน ด้วยประสบการณ์การสอนที่หลากหลาย อาจารย์ที่สถาบันเอมส์สามารถประยุกต์
วิธีการสอนให้เข้ากับพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างเหมาะสมด้วยการอธิบายที่ไม่ซับซ้อนและเทคนิค
การทำข้อสอบให้ถูกต้องในเวลาอันจำกัด
3. การประเมินผล นักเรียนจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการทำแบบฝึกหัดซึ่งมีตั้งแต่ก่อนเรียน (Pre-test)
และระหว่างเรียน (Unit Test) ไปจนถึง หลังจากเรียนจบแล้ว (Post-test) เพื่อวัดความเข้าใจของนักเรียน
และติดตามพัฒนาการในการเรียน
4. คุณภาพในการให้คำปรึกษาด้านการศึกษาต่อ นักเรียนหลายคนไม่แน่ใจถึงแผนการเรียน
ในอนาคตและต้องการคำปรึกษา นักเรียนหลายคนยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรเรียนวิชาใดหรือแม้แต่
สนใจศึกษาต่อในด้านไหน สถาบันเอมส์จึงมีการให้คำแนะแนวทางด้านการศึกษาเพื่อช่วยให้นักเรียน
วางแผนได้ดียิ่งขึ้น บุคลากรที่สถาบันเอมส์พร้อมให้คำแนะนำรวมไปถึง
- ผู้จบการศึกษาในระดับปริญญาเอก สาขาการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 20 อันดับแรกของสหรัฐอเมริกา
ในด้านการศึกษา
หลังจากนักเรียนสอบผ่านแล้ว สถาบันเอมส์ยังให้บริการให้คำแนะนำการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ
ในระดับปริญญาตรีหรือโท ที่ผ่านมานักเรียนของสถาบันเอมส์สามารถเข้าศึกษาต่อในสถาบันชั้นนำ
ดังต่อไปนี้
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
- University of Oxford
- University of Cambridge
- Massachusetts Institute of Technology (MIT)
- Brown University
- Boston University
- George Washington University
- University of Minnesota - Twin Cities
- Indiana University - Bloomington
