 |
|
| |
|
 |
สถาบันเอมส์น่าเชื่อถือแค่ไหน? |
 |
สถาบัน A.I.M.S. (Advanced Institute Of Multi Studies) เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เพื่อจัดตั้งสถาบันการศึกษาก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
เสริมสร้างความรู้ในระดับต่างๆให้แก่สังคม
และเพื่อผลประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาตนเองของนักเรียน
สถาบัน A.I.M.S. ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์และพญาไท
โดยเปิดสอนในกลุ่มสาขาวิชาต่างๆทั้งหลักสูตรเพื่อการเตรียมสอบ
เช่น GED, IGCSE, SAT, CU-AAT, IELTS, TOEFL และ CU-TEP โดยเปิดสอนทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยวและหลักสูตรเพื่อเสริมสร้าง
ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน
เช่น Conversation และ Writing นอกจากนี้สถาบันฯ ยังให้บริการแนะแนว
การศึกษาต่อพร้อมช่วยสมัครสอบ
และติดตามผลใบประกาศนียบัตรให้อีกด้วย โดยเฉพาะผลสอบ GED
จากความตั้งใจของกลุ่มผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นผู้อยู่ในแวดวงการศึกษาระดับสูงของประเทศที่ต้องการจัดตั้งสถาบันฯ
เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนอย่างสูงสุด ทำให้การพัฒนาและควบคุมคุณภาพในการสอนนั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด
หลักฐานที่เห็นได้ชัดคือจำนวนนักเรียนที่เคยเรียนที่สถาบันเอมส์นั้นสามารถศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นนำ
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล,
University of Oxford, University of Cambridge, University of St Andrews, MIT,
University of Pennsylvania, Boston University,
UCLA, George Washington University, University of Minnesota – Twin Cities, and
Indiana University – Bloomington. |
| |
|
 |
สถาบันเอมส์เหมือนหรือแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร? |
 |
สถาบันเอมส์เหมือนกับสถาบันอื่นคือให้ความรู้และทักษะทางภาษาอังกฤษแก่
นักเรียนแต่สิ่งที่แตกต่างคือ
สถาบันเอมส์ยังให้ความเป็นกันเองในบรรยากาศที่สบายๆ
นักเรียนของเอมส์จะถูกกระตุ้นให้เป็นฝ่ายรุกเพื่อถาม
อาจารย์มากกว่าจะเป็นฝ่ายรับเพียงอย่างเดียวซึ่งมักจบลงด้วยความน่าเบื่อหรือมีข้อสงสัยที่ไม่กล้าถาม
นอกจากนี้
ขนาดของห้องเรียนที่มีขนาดเล็กถึงกลาง (ห้องเรียนส่วนใหญ่รองรับนักเรียนได้เพียง 3-4 คน
ห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
รองรับนักเรียนได้ไม่เกิน 23 คน) ทำให้นักเรียนเกิดความกล้าที่จะถามอาจารย์เมื่อไม่เข้าใจ
การที่นักเรียนคุ้นเคย
กับขนาดของห้องเรียนที่เล็กกว่าทำให้เกิดการเรียนรู้และความกล้าในการแลก
เปลี่ยนความคิดเห็น (Participation)
ซึ่งจำเป็นในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและในการทำงานในอนาคตต่อไป
การเรียนการสอนเป็นการเน้นการฝึกฝนทำแบบฝึกหัดจาก Past Papers ซึ่งทำให้นักเรียนคุ้นเคยกับข้อสอบจริง
ในการเรียนนั้นนักเรียนจะได้รับการประเมินผลเป็นระยะตั้งแต่ Pre-Test เมื่อก่อนเข้าเรียน, Unit Test ระหว่างเรียน
และ
Post-Test เมื่อเรียนจบแล้ว ทำให้ประเมินพัฒนาการเรียนของนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ โดยอาจารย์ผู้วางหลักสูตร
การเรียนนั้นมีประสบการณ์สอนในสถาบันอุดมศึกษามากว่า 20 ปี
|
| |
|
 |
อาจารย์ที่เอมส์มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่? |
 |
อาจารย์ที่สถาบันเอมส์นั้นได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี
อาจารย์หลายท่านจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
ที่สหรัฐอเมริกา
อังกฤษและออสเตรเลียเป็นต้น
นอกจากอาจารย์จะมีทักษะและความรู้ที่จะถ่ายทอดแก่นักเรียนได้แล้ว
อาจารย์ของเอมส์
ยังถ่ายทอดทัศนคติในแง่บวกและสนับสนุนให้นักเรียนมีความกล้าที่จะถามหรือแสดงความคิดเห็น
อีกหนึ่งในจุดเด่น
คืออาจารย์ของเอมส์มีการพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อพูดคุยถึงพัฒนาการในการเรียนของนักเรียนอีกด้วย
|
| |
|
 |
นักเรียนควรเรียนกับอาจารย์ไทยหรืออาจารย์ต่างชาติดี? |
 |
หากเป็นวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทักษะทางภาษาโดยทั่วไปแล้ว
อาจารย์ไทยจะสามารถปูพื้นฐานของนักเรียนในหลายทักษะ
ได้ดีกว่าเนื่องจากความเข้าใจในธรรมชาติของนักเรียน
ด้านทักษะการอ่านนั้นอาจารย์ไทยจะชี้แนะถึงวิธีการอ่านให้เข้าใจเนื้อหาโดยไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์ทุกคำ โดยสามารถ
เข้าใจศัพท์ บางคำได้จากเนื้อหาของประโยคโดยรวม
ด้านทักษะการเขียนนั้นก็สามารถแนะนำนักเรียนถึงวิธีการสร้างรูปประโยคแบบง่ายๆแต่ถูกหลักไวยกรณ์ (Simplicity)
ด้านทักษะการฟังก็สามารถเข้าใจได้ว่าปัญหาของนักเรียนในการฟังคืออะไรและเทคนิคในการฟัง Keyword เป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ทักษะการพูดนั้นอาจารย์ต่างชาติจะสามารถแนะนำได้ดีกว่าเนื่องจากสามารถกระตุ้นให้นักเรียนพูดกับ
ชาวต่างชาติจริงๆและสามารถแก้ไขรูปประโยคที่ผิดพลาดได้ทันทีเพื่อให้นักเรียนเกิดความมั่นใจว่าจะสามารถพูด
ให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้ |
| |
|
 |
มีวิชาเรียนแบบตัวต่อตัว/กลุ่มย่อย หรือไม่? |
 |
นักเรียนที่เอมส์หลายคนเลือกที่จะเรียนแบบตัวต่อตัว (Private Class)
เนื่องจากสามารถเลือกตารางเวลาที่ต้องการได้
นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำและเคล็ดลับต่างๆที่เหมาะสมกับวิธีการเรียนของนักเรียนแต่ละคนอีกด้วย
ส่วนนักเรียนอีกหลายคนเลือกเรียนแบบกลุ่มเล็ก (Small Class) ซึ่งจำกัดจำนวนนักเรียนต่อชั้นเรียน (เช่น 7 หรือ 10 คน)
เพราะต้องการเรียนกับนักเรียนคนอื่นเพื่อประโยชน์ในการสร้างแรงจูงใจในการเรียนจากการที่ได้เห็นความตั้งใจของ
นักเรียนคนอื่นๆ ตลอดจนประโยชน์อื่นๆที่จะได้รับจากการเรียนเป็นกลุ่ม เช่น Class Participation
|
| |
|
 |
แต่ละวิชาเรียนมีจำนวนนักเรียนกี่คน? |
 |
สถาบันเอมส์เน้นถึงความเอาใจใส่ในคุณภาพการศึกษามากกว่าปริมาณของนักเรียน
ห้องเรียนที่เอมส์กว่า 80% นั้น
สามารถรองรับนักเรียนได้ไม่เกิน 10 คน ในปัจจุบันมีรูปแบบการเรียนให้เลือก 3 แบบคือ
1. แบบ Private Class หรือการเรียนแบบตัวต่อตัว มักมีจำนวนนักเรียน 1-2 คนต่อกลุ่ม
2. แบบ Small Class หรือการเรียนแบบกลุ่มเล็ก จำกัดจำนวนนักเรียนไว้ที่ 7 10 หรือ 15 คนต่อกลุ่ม
3. แบบ Regular Class หรือแบบกลุ่ม ถือว่ามีจำนวนนักเรียนไม่มากนักคือประมาณ 10-15 คนต่อกลุ่มโดยจำกัดจำนวน
นักเรียนไว้ไม่เกิน 23 คนต่อกลุ่ม
นักเรียนสามารถเลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองได้ หากยังไม่แน่ใจ สถาบันเอมส์มีบุคลากรทางด้าน
การแนะแนวการศึกษา ตลอดจนแบบทดสอบต่างๆซึ่งจะสามารถช่วยให้นักเรียนเลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสม
กับตนเองที่สุดได้
|
| |
|
 |
หากเรียนแบบตัวต่อตัว ควรเรียนกี่ชั่วโมงถึงจะพอดี? |
 |
จำนวนชั่วโมงที่นักเรียนควรจะเรียนนั้นเป็นหนึ่งในคำถามที่ยากจะระบุลงไปได้เนื่องจากขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น
พื้นฐานความเข้าใจของนักเรียนหรือระดับความเร็วในการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นต้น เพื่อกำจัดปัญหาเหล่านี้
สถาบันเอมส์มีข้อสอบวัดระดับทักษะของนักเรียนในวิชาต่างๆที่เปิดสอนเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถวางแผน
ร่วมกับเราได้อย่างเหมาะสม
|
| |
|
 |
นักเรียนที่เอมส์ส่วนใหญ่คือใคร? |
 |
นักเรียนที่เอมส์นั้นประกอบไปด้วยหลากหลายอายุ เชื้อชาติและพื้นฐานทางการเรียน
อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบเหล่านี้
ขึ้นอยู่กับวิชาที่เรียนด้วย นักเรียนที่เอมส์มีช่วงอายุตั้งแต่ 14-40 ปี
โดยแตกต่างกันไปในแต่ละวิชา แต่นักเรียนส่วนมาก
มักมีอายุอยู่ในช่วง 16-18 ปี นอกจากนี้ยังประกอบด้วยนักเรียน
จากโรงเรียนนานาชาติ เช่น Harrow International School,
Bangkok Patana School, ISB, RIS, NIST และ Shrewsbury International School เป็นต้น รวมทั้งนักเรียนจากโรงเรียนอื่นๆ
เช่น
โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
โรงเรียนสาธิตปทุมวัน เป็นต้น ในขณะเดียวกัน
ก็มีนิสิต/นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนบัณฑิตที่ต้องการ
พัฒนาทักษะทางภาษาของตนเองมาเรียนเช่นกัน
|
| |
|
 |
หากต้องการเรียนหลักสูตรนานาชาติในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องสอบอะไรบ้าง? |
 |
โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาลัยต่างๆจะกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สนใจสมัครเข้าเรียนไว้กว้างๆอยู่ 3
หลักเกณฑ์ ได้แก่
1.จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (High School Equivalency)
ซึ่งผู้สมัครสอบสามารถนำหลักฐานจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนไปยื่นสมัคร
ในกรณีที่นักเรียนไม่ได้จบการศึกษาจากระบบโรงเรียนไทย หลายหลักสูตรยินดีรับผลสอบ GED IGCSE
หรือผลสอบ
อื่นๆอีกด้วยโดยสามารถติดต่อกับหลักสูตรที่ต้องการสมัครเพื่อขอคำแนะนำ
2.ผลการสอบวัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency Test)
โดยทั่วไปแล้วผลสอบที่เป็นที่ยอมรับในหลายๆหลักสูตรคือ TOEFL และ IELTS ซึ่งแต่ละหลักสูตรก็ต้องการผลคะแนน
ในระดับที่ต่างกัน (หลักสูตรส่วนใหญ่ของจุฬาฯ ต้องการผลสอบ TOEFL ตั้งแต่ 550 คะแนนขึ้นไป และ IELTS
ตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป)
นอกจากนี้บางมหาวิทยาลัยก็มีข้อสอบที่ถูกออกแบบขึ้นเอง เช่น CU-TEP ของจุฬาฯและ TU-GET
ของธรรมศาสตร์
3.ผลการสอบวัดความสามารถเชิงวิเคราะห์ (Standardized Test)
นอกจากทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีแล้ว ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่แต่ละหลักสูตรคาดหวังจากผู้สมัคร
ซึ่งข้อสอบที่ถูกออกแบบมาวัดทักษะนี้มักเป็นข้อสอบคณิตศาสตร์ (Mathematics) และการอ่านเชิงวิเคราะห์ (Critical
Reading)
โดยข้อสอบที่เป็นที่ยอมรับทั่วไปคือ SAT โดยแต่ละมหาวิทยาลัยอาจมีข้อสอบที่ถูกออกแบบขึ้นเอง เช่น
CU-AAT ของจุฬาฯ
และ SMART-1 ของธรรมศาสตร์
อย่างไรก็ตาม บางหลักสูตรอาจต้องการผลคะแนนหรือเอกสารอื่นๆอีก เช่น Portfolio ในกรณีที่สมัครเข้าเรียนในหลักสูตร
ทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์หรือบางหลักสูตรกำหนดให้ผู้สมัครต้องเขียน Essay ในหัวข้อที่กำหนดไว้
ซึ่งต้องตรวจสอบกับทางหลักสูตรเป็นกรณีไป |
| |
|
 |
การสอนเป็นการสอนสดหรือไม่? หากวันไหนไม่สามารถมาเรียนได้จะทำอย่างไร? |
 |
การสอนที่สถาบันเอมส์ทุกชั้นเรียนเป็นแบบสอนในชั้นเรียนเท่านั้น (ไม่มีการใช้ Video)
เนื่องจากต้องการให้นักเรียนเข้าใจ
ในเนื้อหาและมีส่วนร่วมในชั้นเรียน (Participation)
โดยการถามอาจารย์เมื่อไม่เข้าใจมากกว่าที่จะให้นั่งฟังอาจารย์
เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ขนาดชั้นเรียนที่มีขนาดเล็ก
(ห้องเรียนส่วนมากรับนักเรียนได้ไม่เกิน 10 คน)
ทำให้นักเรียนมีความกล้าที่จะถามอาจารย์มากขึ้น
หากนักเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องขาดเรียนจะไม่ส่งผลกระทบมาก
ถึงขั้นไม่เข้าใจในบทเรียนเพราะขาดความต่อเนื่องในการเรียน
เนื่องจากการสอนในแต่ละครั้งจะเป็นการสอนทักษะ
และทำแบบฝึกหัดซึ่งจะจบลงในแต่ละครั้งที่สอน
ดังนั้นนักเรียนที่ขาดเรียนไปและมาเรียนในครั้งถัดไปจะไม่รู้สึกถึง
การขาดความต่อเนื่องจนถึงขนาดไม่เข้าใจเนื้อหาในการเรียนครั้งต่อไป
|
| |
|
 |
มีการสอบวัดระดับการเรียนหรือไม่? |
 |
สถาบันเอมส์มีการจัดเตรียมแบบทดสอบให้นักเรียนทำก่อนสมัครเข้าเรียนเพื่อให้นักเรียนทราบถึงความพร้อม
ตลอดจนทักษะที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษ การสอบวัดระดับนั้นเป็นข้อสอบแบบย่อซึ่งใช้เวลาต่อวิชาไม่เกิน 45 นาที
ซึ่งการทำข้อสอบวัดระดับนี้จะเป็นการแบ่งนักเรียนออกเป็นระดับต่างๆในบางวิชา เช่น SAT ส่วนวิชาที่ไม่ได้แบ่งนักเรียน
ออกเป็นระดับนั้น การสอบวัดระดับจะช่วยให้นักเรียนทราบว่าตนเองเหมาะที่จะเรียนแบบกลุ่ม (Regular Class), แบบกลุ่มย่อย
(Small Class) หรือแบบเดี่ยว (Private Class) เพราะการเรียนแต่ละแบบจะเหมาะกับนักเรียนแต่ละคน ซึ่งการทำข้อสอบ
วัดระดับจะช่วยให้นักเรียนเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดได้ |
| |
|
 |
หากสมัครเรียนช่วงกลางคอร์สพอดีจะสามารถสมัครได้หรือไม่? แล้วจะมีผลต่อการเรียนหรือไม่? |
 |
หากนักเรียนเริ่มเรียนตั้งแต่กลางคอร์สไปจนจบก็สามารถเรียนคอร์สที่เปิดในรอบต่อไปตั้งแต่ต้นคอร์ส
เพื่อเรียนในส่วนที่ยังไม่ได้เรียนได้ โดยการเรียนในแต่ละวิชานั้นจะเป็นการเรียนที่จบในแต่ละตอน
ดังนั้นหากนักเรียนขาดเรียนในครั้งใดก็สามารถมาเรียนในครั้งต่อไปได้โดยไม่รู้สึกว่าขาดตอน
อย่างไรก็ตามหากนักเรียนรู้สึกว่าไม่เข้าใจบทเรียนหรือแบบฝึกหัดในครั้งที่ขาดไปก็สามารถปรึกษาอาจารย์ได้เสมอ
|
| |
|