GMAT
"Small GMAT Class" which limits to 7 students is usually offered at Siam Square in Jul/Aug.
"Private Class" is also available at Siam Square and CP Tower 3 Phayathai.
Click at the button below for more details.
Please click to create your schedule
or to ask for information

เนื้อหารายวิชา
แบบทดสอบ GMAT หรือ Graduate Management Admission Test เป็นข้อสอบที่ถูกออกแบบมา
เพื่อวัดความสามารถและโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียนเกี่ยวกับธุรกิจในระดับบัณฑิตศึกษา
ดังนั้นผู้ที่สนใจศึกษาในหลักสูตรของ Business School ต่างๆ เช่น MBA หรือ M.S. Finance
จึงมักจะต้องทำแบบทดสอบ GMAT เพื่อนำคะแนนไปยื่นสมัครเรียนต่อไป อย่างไรก็ตามเนื้อหา
ที่ทดสอบไม่ได้เจาะลึกถึงวิชาที่ใช้ในการทำธุรกิจ แต่มุ่งทดสอบทักษะในการวิเคราะห์และแก้ไข
ปัญหาของผู้ทดสอบมากกว่า
ข้อสอบอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายคลึงกับ GMAT ก็คือ GRE ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถ
ในการเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาอื่นๆ โดย GRE มีลักษณะคล้ายคลึงกับ GMAT ในบางด้าน
ดังนั้นหลักสูตรของ Business School บางหลักสูตรจึงยินดีรับผล GRE ด้วยเช่นกัน
รายวิชาในหลักสูตร
เนื้อหาหลักในข้อสอบ GMAT ประกอบไปด้วย 3 ส่วนใหญ่ๆได้แก่
(1) Verbal Section ประกอบด้วย 41 คำถาม (Multiple Choices) กำหนดเวลาทำภายใน 75 นาที
ประกอบไปด้วยแบบทดสอบ 3 กลุ่มได้แก่
- Sentence Correction: เพื่อทดสอบทักษะ Grammar เป็นหลัก
- Critical Reasoning: เพื่อทดสอบการคิดแบบมีเหตุผล
- Reading Comprehension: เพื่อทดสอบทักษะการอ่าน
(2) Quantitative Section ประกอบด้วย 37 คำถาม (Multiple Choices) กำหนดเวลาทำภายใน 75 นาที
ประกอบไปด้วยแบบทดสอบ 2 กลุ่มได้แก่
- Problem Solving: เพื่อทดสอบทักษะการแก้ปัญหาโดยใช้คณิตศาสตร์
- Data Sufficiency: เพื่อทดสอบทักษะการแก้ปัญหาโดยผู้ทดสอบต้องตัดสินว่าข้อมูลที่ได้มานั้น เพียงพอกับการตัดสินใจหรือไม่
(3) Analytical Writing Assessment ผู้ทดสอบต้องเขียน Essay 2 ข้อโดยใช้เวลาไม่เกินข้อละ 30 นาที
อย่างไรก็ตามสถาบันการศึกษาหลายแห่งไม่นำคะแนนในส่วนนี้มาคำนวณคะแนนที่ใช้ยื่นสมัครเข้าเรียน
ข้อสอบ GMAT มีคะแนนเต็ม 800 คะแนน ใช้เวลาสอบทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงครึ่งโดยมีเวลาพัก 10 นาทีสองครั้ง
ระหว่างทำการทดสอบ ดังนั้นผู้ทดสอบส่วนใหญ่จึงมักใช้เวลาทำการทดสอบทั้งสิ้นประมาณ 4 ชั่วโมง
ผลสอบ GMAT นำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
ผลการทดสอบ GMAT สามารถนำไปยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อกับ Business School ได้หลายแห่งในโลก
โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ส่วนประเทศอื่นๆ นั้นมีการยอมรับ ผลสอบ GMAT มากขึ้น
โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาในอังกฤษ คะแนน GMAT ที่สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งต้องการจากผู้สมัคร
ก็หลากหลายออกไป บางสถาบันยอมรับผลคะแนนที่ต่ำกว่า 500 ในขณะที่สถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก
อาจต้องการผลคะแนน GMAT ในระดับ 650-700 ทีเดียว ส่วน Top 50 Business School ในสหรัฐอเมริกา
มักต้องการผลคะแนน GMAT ไม่ต่ำกว่า 600 คะแนน
หน่วยงานรับผิดชอบและการจัดสอบ GMAT
การสอบ GMAT ในประเทศไทยเป็นการทดสอบแบบ Computer-Based Test ที่เรียกว่า Computerized
Adaptive Testing (CAT) ซึ่งคำถามที่ระบบเลือกถามผู้ทำการทดสอบนั้นจะมีความยากมากขึ้นเรื่อยๆ
หากผู้ทำการทดสอบสามารถตอบได้ถูกต้องซึ่งจะได้คะแนนมากขึ้น ในทางตรงข้ามหากผู้ทำการทดสอบ
ตอบผิด ระบบจะเลือกคำถามที่ไม่ยากกว่าคำถามเดิมมาถามแต่ได้คะแนนไม่มากเท่าการตอบคำถาม
ที่มีความยากสูง
ผู้ที่ต้องการสอบ GMAT ต้องสมัครสอบผ่านทางเว็บไซท์เท่านั้น โดย คลิกที่นี่ ซึ่งต้องชำระค่าสมัครสอบ
ด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิตเป็นจำนวนเงิน $250 โดยวันและเวลาในการสอบสามารถตรวจสอบ online
ได้ก่อนตัดสินใจสมัครสอบ ผู้ทดสอบสามารถสอบ GMAT ได้ไม่เกินเดือนละ 1 ครั้ง โดยคะแนนสอบ
สามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 5 ปี
สถานที่จัดสอบ GMAT ในประเทศไทย
ในประเทศไทยนั้นมีศูนย์สอบอยู่ 2 แห่งคือที่กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ ศูนย์สอบที่กรุงเทพมหานคร
ตั้งอยู่ที่ชั้น 10 อาคาร Bangkok Business (หรือที่รู้จักในชื่อตึก Emirates) ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนอโศก
โทรศัพท์ 02 664 3563 ส่วนศูนย์สอบที่เชียงใหม่ โทรศัพท์ 053 227 500-2
วิชาที่ AIMS เปิดสอนในหลักสูตร GMAT
สถาบัน AIMS เปิดสอนวิชาเพื่อเตรียมสอบ GMAT ดังต่อไปนี้
1. แบบกลุ่ม (Regular Class) ในช่วงก่อนสอบ ตรวจสอบเวลาเรียนได้ที่นี่
2. แบบเดี่ยว (Private Class) ติดต่อ AIMS เพื่อขอรายละเอียดได้ที่ 02 2549 300-2 (สยาม) หรือ
02 644 9620-1 (CP Tower 3 พญาไท)
