เนื้อหารายวิชา
การสอบ TOEFL หรือ Test of English as a Foreign Language เป็นการสอบเพื่อวัดระดับทักษะ
การสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ
เพื่อศึกษาต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสอน รวมถึงหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย
ข้อสอบ TOEFL ในปัจจุบันเป็นการสอบผ่านระบบ Internet หรือที่เรียกว่า TOEFL iBT (TOEFL-
Internet Based Test) การวัดและประเมินผล
TOEFL เป็นการวัดทักษะการสื่อสารทั้ง 4 ด้านคือ
การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
การสอบแบบ iBT คืออะไร
การสอบ TOEFL Internet-Based Test (iBT) เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ปี 2005 โดยเป็นระบบการสอบที่พัฒนาขึ้นมา
แทนระบบเก่าที่เรียกว่า Computer-Based Test (CBT) โดยการสอบแบบ iBT ได้มีการเพิ่มแบบทดสอบ
ทักษะการพูด (Speaking) ขึ้นมาทำให้การสอบแบบ iBT เป็นการสอบที่มีการวัดผลการใช้ภาษาอังกฤษ
ครบทุกทักษะเช่นเดียวกับข้อสอบ IELTS
รายวิชาในหลักสูตร
การสอบ TOEFL จะประกอบไปด้วยข้อสอบใน 4 ทักษะทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน
คะแนนรวม 120 คะแนน แยกออกเป็นทักษะละ 30 คะแนน ในแต่ละทักษะประกอบไปด้วยเนื้อหาดังนี้
| Section |
Description |
Testing Time |
Questions |
Score Scale |
Reading |
3-5 passages from academic texts;
approximately 700 words long;
12-14 questions per passage. |
60-100 minutes |
36-70 questions |
0-30 |
Listening |
4-6 lectures, some with classroom
discussion; each 3-5 minutes long;
6 questions each. 2-3 conversations;
each 3 minutes long; 5 questions each. |
60-90 minutes |
34-51 questions |
0-30 |
Break |
- |
10 minutes |
- |
- |
Speaking |
2 tasks to express an opinion on a familiar topic;
4 tasks to speak based on what is
read and listened to. |
20 minutes |
6 tasks |
0-4 points converted to
0-30 score scale |
Writing |
1 task to write based on what is read and listened to;
1 task to support an opinion on a
topic. |
50 minutes |
2 tasks |
0-5 points converted to
0-30 score scale |
Total score |
- |
- |
- |
0-120 |
| |
Reading
ข้อสอบประกอบไปด้วย 3-5 Passage เนื้อหาประกอบไปด้วยวิชาทั่วไปที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย
โดยผู้สอบจะต้องเข้าใจเนื้อหาโดยรวมและตอบคำถามในหลายๆรูปแบบ เช่น การจับใจความ
(Main idea) หรือคาดเดาความรู้สึกของผู้เขียน ตลอดจนการเติมคำและหาข้อสรุปจากเนื้อหาที่ให้มา
Listening
ข้อสอบจะประกอบไปด้วย 6 Passage โดยแต่ละ Passage มีความยาวประมาณ 3-5 นาที
ซึ่ง 2 Passage แรกจะเป็นบทสนทนาระหว่างนักเรียนโดยมี 5 คำถามต่อ Passage
ในขณะที่ 4 Passage ที่เหลือจะเป็นการฟังการบรรยาย (Lecture) หรือการโต้เถียง (Discussion)
โดยมี 6 คำถามต่อ Passage ผู้สอบจะมีโอกาสฟังเพียงครั้งเดียวเท่านั้นโดยสามารถจดข้อความ
ระหว่างการฟังได้ ลักษณะของคำถามนั้นจะถามตั้งแต่รายละเอียดปลีกย่อยของบทสนทนา
ใจความของบทสนทนา ไปจนถึงทัศนคติและวัตถุประสงค์ของผู้พูดแต่ละคน
Speaking
ผู้สอบจะต้องแสดงความสามารถในการพูดทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรกเป็นการตอบคำถามทั่วไป
ส่วน 4 ครั้งหลังนั้นเรียกว่าเป็น Integrated Task ซึ่งผู้สอบจะต้องฟังการบรรยายหรือบทสนทนา
และ/หรืออ่าน Passage สั้นๆก่อนที่จะพูดเพื่อตอบคำถาม การประเมินผลในส่วนนี้ไม่ได้วัดว่าผู้สอบ
จะพูดชัดและมีสำเนียงที่เพราะ แต่ต้องการวัดว่าผู้สอบสามารถนำสิ่งที่อ่านและได้ยินมาถ่ายทอด
ให้ผู้ฟังเข้าใจด้วยการพูดได้ดีหรือไม่
Writing
การทดสอบ Writing นั้นมีอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกเป็นการเขียน Essay ทั่วๆไป ข้ออีกข้อหนึ่งเป็น
Integrated Task ซึ่งผู้สอบต้องอ่านและฟังการบรรยายในหัวข้อเดียวกันเพื่อนำมาพูดถึง
ความสัมพันธ์ของใจความระหว่างสิ่งที่ได้อ่านและได้ฟัง
|
การคำนวณคะแนนสอบแบบ iBT
การสอบ TOEFL iBT มีการคำนวณคะแนนสอบที่แตกต่างไปจากระบบเดิมทั้งสองระบบคือ
Paper-Based Test (PBT) และ Computer-Based Test (CBT) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
รูปแบบการสอบ |
iBT |
CBT |
PBT |
ทักษะที่ต้องทดสอบ |
All |
All except speaking |
All except speaking |
คะแนนเต็ม |
120 |
300 |
677 |
สิ่งที่น่าสนใจก็คือการสอบแบบ iBT มีคะแนนเต็ม 120 คะแนน แต่มหาวิทยาลัยต่างๆมักต้องการผลคะแนน
ตั้งแต่ 500 คะแนนขึ้นไปทำให้เกิดความสับสน จริงๆแล้วมหาวิทยาลัยต่างๆนิยมอ้างอิงการให้คะแนนแบบ
PBT จึงระบุคะแนนแบบเดิมลงไป ตารางต่อไปนี้จะเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากการสอบ TOEFL แบบต่างๆ
iBT |
CBT |
PBT |
120 |
300 |
677 |
100 |
250 |
600-603 |
88-89 |
230 |
570-573 |
83 |
220 |
557-560 |
79-80 |
213 |
550 |
61 |
173 |
500 |
สำหรับตารางเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากการสอบ TOEFL ทั้งหมด สามารถตรวจสอบได้ โดยคลิกที่นี่
หน่วยงานรับผิดชอบ ค่าสอบและสถานที่สอบ TOEFL
ผู้ที่ต้องการสอบ TOEFL สามารถสมัครสอบผ่านทางเว็บไซท์ของ ETS ซึ่งเป็นองค์กรจัดสอบ โดยคลิกที่นี่
โดยชำระค่าสมัครสอบด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิตเป็นจำนวน $170 (หากสอบแบบ PBT ชำระ $150)
ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนวันสอบ (Rescheduling) จะต้องดำเนินการอย่างน้อย 3 วันก่อนวันสอบและชำระเงิน
$60 ในกรณีที่ต้องการยกเลิกการสอบ (Cancel) ต้องดำเนินการอย่างน้อย 3 วันก่อนวันสอบและจะได้รับ
เงินคืน (Refund) เพียงครึ่งเดียว
การจัดสอบ TOEFL ในประเทศไทยมีประมาณ 30-40 รอบต่อปี โดยมีการจัดสอบในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์
(เนื่องจากใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ การสอบ TOEFL จึงไม่ได้จัดขึ้นทุกสัปดาห์) เวลาสอบมีทั้งช่วงเช้าและบ่าย
โดยใช้เวลาสอบประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง ศูนย์ทดสอบอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ หาดใหญ่ สระบุรี
และนครศรีธรรมราช
ในปัจจุบันมีศูนย์สอบ TOEFL อยู่หลายแห่งซึ่งหากต้องการตรวจสอบว่ามีที่ใดบ้าง สามารถตรวจสอบได้ที่
เว็บไซท์ของ ETS ซึ่งเป็นองค์กรจัดสอบ TOEFL โดยต้องสร้าง Username เพื่อตรวจสอบสถานที่สอบ
วันและเวลาสอบ ตลอดจนรายละเอียดที่ควรทราบอื่นๆ
ผู้สอบจะทราบผลสอบประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากวันสอบโดยการ Log in เข้าไปที่ Username ที่สมัครไว้
เมื่อตอนที่สมัครสอบ ส่วนผลสอบที่ส่งมาทางจดหมายอาจใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์หรือมากกว่า
วิชาที่ AIMS เปิดสอนในหลักสูตร TOEFL
สถาบัน AIMS เปิดสอนวิชาเพื่อเตรียมสอบ TOEFL ดังต่อไปนี้
1. แบบกลุ่ม (Regular Class) (ที่สยามสแควร์เท่านั้น) ตรวจสอบเวลาเรียนได้ที่นี่
2. แบบเดี่ยว (Private Class) ติดต่อ AIMS เพื่อขอรายละเอียดได้ที่ 02 2549 300-2 (สยาม) หรือ
02 644 9620-1 (CP Tower 3 พญาไท)
เหตุผลที่ควรเรียน TOEFL ที่สถาบันเอมส์
1. ความน่าเชื่อถือ สถาบันเอมส์เปิดสอนตั้งแต่ปี 2538 โดยมีนักเรียนที่สามารถเข้าศึกษาต่อ
ในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงต่างๆมากมาย ในปีการศึกษา 2554 นักเรียนของสถาบันเอมส์สามารถ
ผ่านการคัดเลือกจากหลักสูตร นานาชาติทุกหลักสูตร เช่น BBA, EBA, BACM, ISE, BALAC, BSAC และ
INDA ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2554 นั้นมีนักเรียนที่เรียนที่สถาบันเอมส์
สามารถเข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด 170 คน หรือ 18% ของนักเรียน
ทั้งหมดที่ได้รับคัดเลือกให้เรียนในหลักสูตรนานาชาติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. คุณภาพการสอน ด้วยประสบการณ์การสอนที่หลากหลาย อาจารย์ที่สถาบันเอมส์สามารถประยุกต์
วิธีการสอนให้เข้ากับพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างเหมาะสมด้วยการอธิบายที่ไม่ซับซ้อนและเทคนิค
การทำข้อสอบให้ถูกต้องในเวลาอันจำกัด
3. การประเมินผล นักเรียนจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการทำแบบฝึกหัดซึ่งมีตั้งแต่ก่อนเรียน (Pre-test)
และระหว่างเรียน (Unit Test) ไปจนถึง หลังจากเรียนจบแล้ว (Post-test) เพื่อวัดความเข้าใจของนักเรียน
และติดตามพัฒนาการในการเรียน
4. คุณภาพในการให้คำปรึกษาด้านการศึกษาต่อ นักเรียนหลายคนไม่แน่ใจถึงแผนการเรียน
ในอนาคตและต้องการคำปรึกษา นักเรียนหลายคนยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรเรียนวิชาใดหรือแม้แต่
สนใจศึกษาต่อในด้านไหน สถาบันเอมส์จึงมีการให้คำแนะแนวทางด้านการศึกษาเพื่อช่วยให้นักเรียน
วางแผนได้ดียิ่งขึ้น บุคลากรที่สถาบันเอมส์พร้อมให้คำแนะนำรวมไปถึง
- ผู้จบการศึกษาในระดับปริญญาเอก สาขาการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 20 อันดับแรกของสหรัฐอเมริกา
ในด้านการศึกษา
หลังจากนักเรียนสอบผ่านแล้ว สถาบันเอมส์ยังให้บริการให้คำแนะนำการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ
ในระดับปริญญาตรีหรือโท ที่ผ่านมานักเรียนของสถาบันเอมส์สามารถเข้าศึกษาต่อในสถาบันชั้นนำ
ดังต่อไปนี้
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
- University of Oxford
- University of Cambridge
- Massachusetts Institute of Technology (MIT)
- Brown University
- Boston University
- George Washington University
- University of Minnesota - Twin Cities
- Indiana University - Bloomington |
 |