Contact aims

11 + 10 =

About aims

Advanced Institute of Multi Studies, also known as “aims”, is the results of a vision by a group of Chulalongkorn University’s graduates in 1995, with an objective to provide intellectual services to benefit our society. All programs aim to maximize self-advancement of individual who has enrolled in the courses.

aims locates at Siam Square, Phayathai, and Silom. It offers courses of both preparation for standardized test such as GED, IGCSE, A Level, IB, SAT, IELTS, and TOEFL (private or group class) and skills enhancement e.g. conversation.

aims_Siam_map

Map of aims Siam

Siam Square

ชั้น 3 อาคารธนาคารกรุงเทพ
สาขาสยามสแควร์ 394 ถ. พระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

Tel: 02 254 9300-2, 02 658 4253-4
Fax: 02 254 8675
Mon-Fri 8AM-8PM,
Sat 8AM-6PM, Sun 8AM-5PM

aims_PYT_map_2015

Map of aims Phayathai

CP Tower 3 Phayathai

ชั้น 9 อาคารซีพีทาวเวอร์ 3 พญาไท
34 ถ. พญาไท ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Tel: 02 644 9620-1
Fax: 02 644 9622
Mon-Fri 9AM-7PM,
Sat-Sun 9AM-6PM

aims_Silom_map

Map of aims Silom

Silom (iGen)

34 ชั้น 2 ซ.พิพัฒน์ ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 02 636 6364-5
Fax: 02 636 6366
Mon-Fri 10AM-7PM,
Sat-Sun 9AM-6PM

aims Siam Square

Welcome to aims @Siam

แผนที่ด้านบนเป็นของ aims สาขาสยามที่เปิดทำการสอนตั้งแต่ปีพ.ศ.2538 โดยตั้งอยู่ชั้น 3 อาคารธนาคารกรุงเทพสาขาสยามสแควร์ (ติด BTS สยามฝั่งตรงข้ามสยามพารากอน) หากเดินทางโดย BTS ให้ลงสถานีสยามและใช้ทางออก 4 (ซ้าย) ส่วนการเดินทางทางรถยนต์นั้นสามารถจอดรถได้โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ หรือสยามสแควร์วัน เป็นต้น

aims Phayathai

Welcome to aims @Phayathai

แผนที่ด้านบนเป็นของ aims สาขาพญาไทที่เปิดทำการสอนตั้งแต่ปีพ.ศ.2553 โดยตั้งอยู่ชั้น 9 อาคารซีพีทาวเวอร์ 3 พญาไท (ติด BTS พญาไทและ Airport Link พญาไท โดยมีทางเดินเชื่อมเข้าอาคารโดยตรง) หากเดินทางโดย BTS ให้ลงสถานีพญาไทและใช้ทางออก 3 ส่วนการเดินทางทางรถยนต์นั้น หากมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้เลี้ยวขวาที่แยกพญาไท จากนั้นชิดซ้ายเข้าอาคารทันที (อาคารซีพีทาวเวอร์ 3 พญาไทอยู่มุมถนนพอดี) หากมาจากสยาม/มาบุญครอง ให้ขับมาจนถึงบริเวณสถานี BTS พญาไท จุดสังเกตคือใต้สถานี BTS พญาไทจะมีทางรถไฟอยู่ เมื่อเลยทางรถไฟไปประมาณ 30 เมตรจะพบร้าน 7-11 และทางเข้าอาคารซีพีทาวเวอร์ 3 พญาไทจะอยู่ติดกัน ซึ่งสามารถจอดรถได้ที่อาคารซีพีทาวเวอร์ 3 พญาไทเลย

aims iGen Silom

Welcome to aims iGen @Silom

แผนที่ด้านบนเป็นของ aims สาขาสีลม (iGen) ที่เปิดทำการสอนตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 โดยตั้งอยู่ชั้น 2 อาคาร Trinity Mall สีลม (ใกล้ BTS ช่องนนทรีและซอยละลายทรัพย์) หากเดินทางโดย BTS ให้ลงสถานีช่องนนทรีและใช้ทางออก 4 จากนั้นเดินเข้าซอยนราธิวาสฯ 3 และเข้าซอยไปประมาณ 150 เมตรจนเจอโรงแรม Glow ทางด้านซ้าย ให้เข้าซอยโรงแรม Glow และอาคารที่ aims ตั้งอยู่จะอยู่ทางขวามือประมาณ 50 เมตรจากโรงแรม Glow ส่วนการเดินทางทางรถยนต์นั้นสามารถเข้าจากถนนได้ 3 เส้นหลักคือ นราธิวาสฯ สาทร และสีลม
aims น่าเชื่อถือแค่ไหน

aims เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อจัดตั้งสถาบันการศึกษาก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อ เสริมสร้างความรู้ในระดับต่างๆให้แก่สังคมและเพื่อผลประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาตนเองของนักเรียน

สถาบันเอมส์ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ พญาไท และสีลม โดยเปิดสอนในกลุ่มสาขาวิชาต่างๆทั้งหลักสูตรเพื่อการเตรียมสอบ
เช่น GED, IGCSE, SAT, CU-AAT, IELTS, TOEFL และ CU-TEP โดยเปิดสอนทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยวและหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน เช่น Conversation และ Writing นอกจากนี้สถาบันฯ ยังให้บริการแนะแนวการศึกษาต่อพร้อมช่วยสมัครสอบ และติดตามผลใบประกาศนียบัตรให้อีกด้วย โดยเฉพาะผลสอบ GED

จากความตั้งใจของกลุ่มผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นผู้อยู่ในแวดวงการศึกษาระดับสูงของประเทศที่ต้องการจัดตั้งสถาบันฯ เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนอย่างสูงสุด ทำให้การพัฒนาและควบคุมคุณภาพในการสอนนั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด หลักฐานที่เห็นได้ชัดคือจำนวนนักเรียนที่เคยเรียนที่ aims นั้นสามารถศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นนำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล, University of Oxford, University of Cambridge, University of St Andrews, Harvard University, Stanford University, MIT, University of Pennsylvania, Brown University, Boston University, UCLA, George Washington University, University of Minnesota – Twin Cities, and Indiana University – Bloomington.

aims เหมือนหรือแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

aims เหมือนกับสถาบันอื่นคือให้ความรู้และทักษะทางภาษาอังกฤษแก่ นักเรียนแต่สิ่งที่แตกต่างคือ aims ให้ในสิ่งที่น้องๆต้องการ เช่น การสอบติดและได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน ซึ่งจะมีกระบวนการอยู่ 3 ขั้นตอนได้แก่
1) Consult: aims จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการแนะแนว (Counselor) คอยให้คำแนะนำแก่นักเรียนอย่างใกล้ชิด เช่น การวางแผนเลือกหลักสูตร การวางแผนการสอบ ตลอดจนให้คำปรึกษาใดๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นักเรียนได้สิ่งที่ดีที่สุดและไม่พลาดโอกาสสำคัญๆ เช่น มีหลักสูตรเปิดใหม่หรือการเปิดรับสมัครรอบพิเศษ ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าบริการ
2) Study: หลังจากผ่านการให้คำปรึกษาแล้ว นักเรียนของ aims จะได้เรียนในวิชาและประเภทของการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำความเข้าใจและได้คะแนนตามที่คาดหวัง โดยยังมีกระบวนการทำ Unit Test และติดตามผลโดย Counselor เพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุง/ พัฒนาต่อไป
3) Success: นักเรียนของ aims ไม่ต่ำกว่า 600 คนต่อปีประสบความสำเร็จและได้รับเลือกเรียนจากหลักสูตรนานาชาติจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์-มหิดล และยังมีอีกไม่น้อยที่ได้รับคัดเลือกให้เรียนมหาวิทยาลัยอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง Harvard, Stanford, MIT, UPenn, UCLA, Cambridge, Oxford เป็นต้น

aims ยังให้ความเป็นกันเองในบรรยากาศที่สบายๆ นักเรียน aims จะถูกกระตุ้นให้เป็นฝ่ายรุกเพื่อถามอาจารย์มากกว่าจะเป็นฝ่ายรับเพียงอย่างเดียวซึ่งมักจบลงด้วยความน่าเบื่อหรือมีข้อสงสัยที่ไม่กล้าถาม นอกจากนี้ขนาดของห้องเรียนที่มีขนาดเล็กถึงกลาง (ห้องเรียนส่วนใหญ่รองรับนักเรียนได้เพียง 3-4 คน ห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองรับนักเรียนได้ไม่เกิน 25 คน) ทำให้นักเรียนเกิดความกล้าที่จะถามอาจารย์เมื่อไม่เข้าใจ การที่นักเรียนคุ้นเคยกับขนาดของห้องเรียนที่เล็กกว่าทำให้เกิดการเรียนรู้และความกล้าในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Participation)  ซึ่งจำเป็นในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและในการทำงานในอนาคตต่อไป

การเรียนการสอนเป็นการเน้นการฝึกฝนทำแบบฝึกหัดจาก Past Papers ซึ่งทำให้นักเรียนคุ้นเคยกับข้อสอบจริง ในการเรียนนั้นนักเรียนจะได้รับการประเมินผลเป็นระยะตั้งแต่ Pre-Test เมื่อก่อนเข้าเรียน, Unit Test ระหว่างเรียน และ Post-Test เมื่อเรียนจบแล้ว ทำให้ประเมินพัฒนาการเรียนของนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ โดยอาจารย์ผู้วางหลักสูตรการเรียนนั้นมีประสบการณ์สอนในสถาบันอุดมศึกษามากว่า 20 ปี

อาจารย์ aims มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่

อาจารย์ที่ aims นั้นได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี ตามสถิติแล้วมีผู้สมัครเป็นอาจารย์ผ่านการคัดเลือกจาก aims ประมาณ 20% เท่านั้น อาจารย์หลายท่านจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษและออสเตรเลีย นอกจากอาจารย์จะมีทักษะและความรู้ที่จะถ่ายทอดแก่นักเรียนได้แล้ว อาจารย์ยังถ่ายทอดทัศนคติในแง่บวกและสนับสนุนให้นักเรียนมีความกล้าที่จะถามหรือแสดงความคิดเห็น  อีกหนึ่งในจุดเด่นคืออาจารย์มีการพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อพูดคุยถึงพัฒนาการในการเรียนของนักเรียนอีกด้วย

นักเรียนควรเรียนกับอาจารย์ไทยหรืออาจารย์ต่างชาติดี

หากเป็นวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทักษะทางภาษาโดยทั่วไปแล้ว อาจารย์ไทยจะสามารถปูพื้นฐานของนักเรียนในหลายทักษะได้ดีกว่าเนื่องจากความเข้าใจในธรรมชาติของนักเรียน

ด้านทักษะการอ่านนั้นอาจารย์ไทยจะชี้แนะถึงวิธีการอ่านให้เข้าใจเนื้อหาโดยไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์ทุกคำ โดยสามารถเข้าใจศัพท์ บางคำได้จากเนื้อหาของประโยคโดยรวม

ด้านทักษะการเขียนนั้นก็สามารถแนะนำนักเรียนถึงวิธีการสร้างรูปประโยคแบบง่ายๆแต่ถูกหลักไวยกรณ์ (Simplicity)

ด้านทักษะการฟังก็สามารถเข้าใจได้ว่าปัญหาของนักเรียนในการฟังคืออะไรและเทคนิคในการฟัง Keyword เป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ทักษะการพูดนั้นอาจารย์ต่างชาติจะสามารถแนะนำได้ดีกว่าเนื่องจากสามารถกระตุ้นให้นักเรียนพูดกับชาวต่างชาติจริงๆและสามารถแก้ไขรูปประโยคที่ผิดพลาดได้ทันทีเพื่อให้นักเรียนเกิดความมั่นใจว่าจะสามารถพูดให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้

มีวิชาเรียนแบบตัวต่อตัว/กลุ่มย่อย หรือไม่

นักเรียนที่ aims หลายคนเลือกที่จะเรียนแบบตัวต่อตัว (Private Class) เนื่องจากสามารถเลือกตารางเวลาที่ต้องการได้ นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำและเคล็ดลับต่างๆที่เหมาะสมกับวิธีการเรียนของนักเรียนแต่ละคนอีกด้วย ส่วนนักเรียนอีกหลายคนเลือกเรียนแบบกลุ่มเล็ก (Small Class) ซึ่งจำกัดจำนวนนักเรียนต่อชั้นเรียน (เช่น 5 หรือ 8 คน) เพราะต้องการเรียนกับนักเรียนคนอื่นเพื่อประโยชน์ในการสร้างแรงจูงใจในการเรียนจากการที่ได้เห็นความตั้งใจของนักเรียนคนอื่นๆ ตลอดจนประโยชน์อื่นๆที่จะได้รับจากการเรียนเป็นกลุ่ม เช่น Class Participation

แต่ละวิชาเรียนมีจำนวนนักเรียนกี่คน

aims เน้นถึงความเอาใจใส่ในคุณภาพการศึกษามากกว่าปริมาณของนักเรียน ห้องเรียนที่เอมส์กว่า 75% นั้น สามารถรองรับนักเรียนได้ไม่เกิน 10 คน ในปัจจุบันมีรูปแบบการเรียนให้เลือก 3 แบบคือ

1. แบบ Private Class หรือการเรียนแบบตัวต่อตัว มักมีจำนวนนักเรียน 1-2 คนต่อกลุ่ม

2. แบบ Small Class หรือการเรียนแบบกลุ่มเล็ก จำกัดจำนวนนักเรียนไว้ที่ 5, 8, 10, 15 หรือ 20 คนต่อกลุ่ม (แล้วแต่วิชา)

3. แบบ Group Class หรือแบบกลุ่ม ถือว่ามีจำนวนนักเรียนเฉลี่ยไม่มากนักคือประมาณ 10-15 คนต่อกลุ่มโดยจำกัดจำนวนนักเรียนไว้ไม่เกิน 25 คนต่อกลุ่ม

นักเรียนสามารถเลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองได้ หากยังไม่แน่ใจ aims มีบุคลากรทางด้านการแนะแนวการศึกษา ตลอดจนแบบทดสอบต่างๆซึ่งจะสามารถช่วยให้นักเรียนเลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุดได้

หากเรียนแบบตัวต่อตัว ควรเรียนกี่ชั่วโมงถึงจะพอดี

จำนวนชั่วโมงที่นักเรียนควรจะเรียนนั้นเป็นหนึ่งในคำถามที่ยากจะระบุลงไปได้เนื่องจากขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พื้นฐานความเข้าใจของนักเรียนหรือระดับความเร็วในการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นต้น  เพื่อเป็นการกำจัดปัญหาเหล่านี้ aims มีข้อสอบวัดระดับทักษะของนักเรียนในวิชาต่างๆที่เปิดสอนเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถวางแผนร่วมกับเราได้อย่างเหมาะสมโดยใช้เวลาไม่เกิน 45 นาทีต่อวิชา (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

นักเรียนที่ aims ส่วนใหญ่คือใคร

นักเรียนที่ aims นั้นประกอบไปด้วยหลากหลายอายุ เชื้อชาติและพื้นฐานทางการเรียน อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบเหล่านี้ขึ้นอยู่กับวิชาที่เรียนด้วย นักเรียน aims มีช่วงอายุตั้งแต่ 12-50 ปี โดยแตกต่างกันไปในแต่ละวิชา แต่นักเรียนส่วนมากมักมีอายุอยู่ในช่วง 16-18 ปี นอกจากนี้ยังประกอบด้วยนักเรียน จากโรงเรียนนานาชาติ เช่น Harrow, Bangkok Patana, ISB, RIS, EIS, ICS, NIST และ Shrewsbury เป็นต้น รวมทั้งนักเรียนจากโรงเรียนอื่นๆ เช่น สาธิตจุฬาฯ, กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, อัสสัมชัญ, เตรียมอุดมศึกษา, สาธิต มศว ปทุมวัน, เซนต์โยเซฟคอนเวนต์, มาแตร์เดอี, สารสาสน์, สามเสนวิทยาลัยเป็นต้น ในขณะเดียวกัน ก็มีนิสิต/นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนบัณฑิตที่ต้องการพัฒนาทักษะทางภาษาของตนเองมาเรียนเช่นกัน

หากต้องการเรียนหลักสูตรนานาชาติในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องสอบอะไรบ้าง

โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาลัยต่างๆจะกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สนใจสมัครเข้าเรียนไว้กว้างๆอยู่ 3 หลักเกณฑ์ ได้แก่

1.จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (High School Equivalency)
ซึ่งผู้สมัครสอบสามารถนำหลักฐานจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนไปยื่นสมัคร ในกรณีที่นักเรียนไม่ได้จบการศึกษาจากระบบโรงเรียนไทย หลายหลักสูตรยินดีรับผลสอบ GED   IGCSE หรือผลสอบอื่นๆอีกด้วยโดยสามารถติดต่อกับหลักสูตรที่ต้องการสมัครเพื่อขอคำแนะนำ

2.ผลการสอบวัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency Test)
โดยทั่วไปแล้วผลสอบที่เป็นที่ยอมรับในหลายๆหลักสูตรคือ TOEFL และ IELTS ซึ่งแต่ละหลักสูตรก็ต้องการผลคะแนนในระดับที่ต่างกัน (หลักสูตรส่วนใหญ่ของจุฬาฯ ต้องการผลสอบ TOEFL ตั้งแต่ 79 คะแนนขึ้นไป และ IELTS ตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป) นอกจากนี้บางมหาวิทยาลัยก็มีข้อสอบที่ถูกออกแบบขึ้นเอง เช่น CU-TEP ของจุฬาฯและ TU-GET ของธรรมศาสตร์

3.ผลการสอบวัดความสามารถเชิงวิเคราะห์ (Standardized Test)
นอกจากทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีแล้ว ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่แต่ละหลักสูตรคาดหวังจากผู้สมัคร ซึ่งข้อสอบที่ถูกออกแบบมาวัดทักษะนี้มักเป็นข้อสอบคณิตศาสตร์ (Mathematics) และการอ่าน (Reading) โดยข้อสอบที่เป็นที่ยอมรับทั่วไปคือ SAT โดยแต่ละมหาวิทยาลัยอาจมีข้อสอบที่ถูกออกแบบขึ้นเอง เช่น CU-AAT ของจุฬาฯ และ SMART-1 ของธรรมศาสตร์

อย่างไรก็ตาม บางหลักสูตรอาจต้องการผลคะแนนหรือเอกสารอื่นๆอีก เช่น Portfolio ในกรณีที่สมัครเข้าเรียนในหลักสูตร ทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์หรือบางหลักสูตรกำหนดให้ผู้สมัครต้องเขียน Essay ในหัวข้อที่กำหนดไว้ ซึ่งต้องตรวจสอบกับทางหลักสูตรเป็นกรณีไป

การสอนเป็นการสอนสดหรือไม่ หากวันไหนไม่สามารถมาเรียนได้จะทำอย่างไร

การสอนที่ aims เป็นแบบสอนในชั้นเรียน นอกจากนี้ขนาดชั้นเรียนที่มีขนาดเล็ก (ห้องเรียนส่วนมากรับนักเรียนได้ไม่เกิน 10 คน)
ทำให้นักเรียนมีความกล้าที่จะถามอาจารย์มากขึ้น หากนักเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องขาดเรียนจะไม่ส่งผลกระทบมาก ถึงขั้นไม่เข้าใจในบทเรียนเพราะขาดความต่อเนื่องในการเรียน เนื่องจากการสอนในแต่ละครั้งจะเป็นการสอนทักษะและทำแบบฝึกหัดซึ่งจะจบลงในแต่ละครั้งที่สอน ดังนั้นนักเรียนที่ขาดเรียนไปและมาเรียนในครั้งถัดไปจะไม่รู้สึกถึงการขาดความต่อเนื่องจนถึงขนาดไม่เข้าใจเนื้อหาในการเรียนครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม นักเรียนหลายๆคนอาจมีความจำเป็นที่ต้องขาดเรียนเพื่อไปทำกิจกรรมหรือมีเวลาว่างไม่แน่นอน aims จึงได้พัฒนาระบบการเรียนแบบ SELF หรือการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านการดูไฟล์วีดีโอการสอนของอาจารย์ ซึ่งทำให้สามารถเรียนได้เร็วหรือช้าตามที่ต้องการได้

มีการสอบวัดระดับการเรียนหรือไม่

aims มีการจัดเตรียมแบบทดสอบให้นักเรียนทำก่อนสมัครเข้าเรียนเพื่อให้นักเรียนทราบถึงความพร้อม ตลอดจนทักษะที่ต้องการพัฒนาเป็นพิเศษ การสอบวัดระดับนั้นเป็นข้อสอบแบบย่อซึ่งใช้เวลาต่อวิชาไม่เกิน 45 นาทีซึ่งการทำข้อสอบวัดระดับนี้จะเป็นการแบ่งนักเรียนออกเป็นระดับต่างๆในบางวิชา เช่น SAT ส่วนวิชาที่ไม่ได้แบ่งนักเรียนออกเป็นระดับนั้น การสอบวัดระดับจะช่วยให้นักเรียนทราบว่าตนเองเหมาะที่จะเรียนแบบกลุ่มที่เริ่มตั้งแต่พื้นฐาน (Foundation Class) แบบกลุ่มที่เรียนแบบเข้มข้น (Intensive Class) แบบเดี่ยว (Private Class) หรือแม้กระทั่งการเรียนแบบ SELF หรือ Online เพราะการเรียนแต่ละแบบจะเหมาะกับนักเรียนแต่ละคน ซึ่งการทำข้อสอบวัดระดับจะช่วยให้นักเรียนเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดได้